All posts by admin

รู้ไหมว่าการแสดงมายากลมีกี่รูปแบบกันนะ

มายากล เป็น ศิลปะการแสดงแห่งการลวงตา จุดมุ่งหมายคือสร้างเพื่อความสนุกสนานแก่ผู้ชม มีรูปแบบการแสดง คือการล่อลวงผู้ชมให้พบกับเรื่องราวอันน่าเหลือเชื่อ โดยแสดงเหตุการณ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ให้เกิดขึ้น ราวกับว่าผู้แสดงนั้นเป็นผู้มีความสามารถพิเศษ อย่างเวทมนตร์ การแสดงมายากลนั้นแบ่งออกเป็นการแสดงหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงตามโรงละคร โรงภาพยนตร์ หรือแม้แต่ตามท้องถนน ทุกๆทีคือโลกของมายากล

มายากลนั้นแบ่งได้เป็น  2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

  1. มายากลระยะไกล หรือ Stage Magic

มายากลรูปแบบนี้เป็นการแสดงบนเวที  โดยนักแสดงจะสวม ชุดทักซิโด้ หรือ ชุดที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ความเป็นตัวของตัวเอง  ส่วนรูปแบบในการโชว์ก็จะเป็นสไตล์ดั้งเดิม เช่น หยิบกระต่ายออกจากหมวก ,  เสกนกพิราบ ,  กลหญิงสาวลอยตัวผ่านห่วง , กลแยกส่วนมนุษย์ เป็นต้น  โดยการแสดงเหล่านี้ จะสร้างความพิศวงน่าตื่นตาตื่นใจ ให้กับผู้ชมจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเล่นกันตามเวที , ห้องประชุม , โรงภาพยนตร์ Hall ใหญ่ๆ  และจะต้องมี เทคนิค การใช้อุปกรณ์ตัวช่วยชนิดพิเศษมากมายอันสร้างความอลังการ น่าตื่นตาตื่นใจ ให้แก่ผู้ชม เช่น กระจก ,  กล่องพิศวง ,  มีด , ดาบ  , กรง เป็นต้น นอกจากนี้ นักมายากลบางคนอาจจะใช้สัตว์แสนรู้คู่ใจ เป็นอุปกรณ์ประกอบเวทีในการเเสดงไปด้วย เช่น ช้าง , สุนัข , นก , กระต่าย เป็นต้น โดยส่วนมากมายากลระยะไกล  มักจะมีผู้ช่วยเป็นผู้หญิงสาวสวยในชุดนุ่งน้อย ห่มน้อย อยู่เคียงข้างไว้ช่วยหยิบ จับเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ บางครั้งก็ช่วยเเสดงร่วมกันอีกด้วย

  1. มายากลระยะใกล้ หรือ Close up

เป็นการแสดงกลอันมีสีสันสามารถสร้างเสน่ห์ มีความเพลิดเพลินชวนติดตามเป็นอย่างยิ่ง นักแสดงต้องมีความสามารถเฉพาะตัวสูง รวมถึงทักษะต่างๆที่ต้องใช้เวลาฝึกฝนเป็นแรมปี เพราะเป็นการแสดงในระยะใกล้แบบประชิดตัว ผู้ชมสามารถเข้าถึงเนื้อถึงตัวกับตัวนักแสดงได้อย่างใกล้ชิด ผู้ดูจะดูได้อย่างรอบทิศทาง เพราะฉะนั้นจึงจับผิดได้ง่ายมาก บางครั้งกลบางประเภทอาจต้องมีการจำกัดมุมมองเพื่อให้เกิดความง่ายต่อการแสดง หยิบจับอุปกรณ์รอบตัวมาแสดงได้ทันที กลประเภทนี้ ยกตัวอย่างได้แก่ กลเชือก , กลไพ่ , กลเหรียญ เป็นต้น

นอกจากนี้ประเภทของมายากลในปัจจุบัน หากแยกย่อยออกไปอีกสามารถแบ่งได้อีกหลายประเภท ดังนี้

  • Mental Magic มายากลแนวพลังจิต , ทายใจล่วงหน้า
  • Street Magic การแสดงมายากลบนท้องถนน **กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันมาก
  • Manipulation การแสดงมายากลโดยใช้ทักษะของมือที่ฝึกฝนมาอย่างชำนาญ
  • Comedy Magic การแสดงมายากลที่ผสมผสานกับเรื่องตลก
  • Card Magic มายากลไพ่ และอื่นๆอีกมากมาย

David Copperfield ชายผู้เปิดโลกมายกกล

หากเอ่ยถึงนักมายากลในอดีตซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมากในสมัยก่อน แม้แต่เด็กๆตัวเล็กๆก็ต่างรู้จัก จนเกิดความชื่นชมและยกให้เป็นไอดอล นักมายากลผู้เคยฝากผลงานในระดับโลกเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโชว์ เดินทะลุกำแพงเมืองจีน หรือ เสกให้เทพีเสรีภาพอันตรธานหายไปชั่วพริบตา ชายผู้นั้นคือ David Copperfield

David Copperfield ชายผู้เปิดโลกแห่งวงการมายากล เขาเกิดเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2499 เขาประกอบอาชีพเป็นนักมายากลที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากคนหนึ่งของโลก รูปแบบการแสดงของ David Copperfield  จะเป็นการแสดงแบบเล่าเรื่อง มีที่มาที่ไป โดยชุดมายากลอันสร้างชื่อเสียงให้เขา ได้แก่ โชว์เสกให้เทพีเสรีภาพหายแว๊บไปอย่างไม่น่าเชื่อ ,  การลอยตัวข้าม Grand Canyon ดินแดนหินผาและหุบเหว และการเดินทะลุผ่านกำแพงเมืองจีนอันน่าฉงน

David Copperfield  ได้รับรางวัลการันตีในฝีมือมาแล้วอย่างมากมาย เช่น รางวัล Emmy Awards หรือรางวัล Entertainer of the Year นอกจากนี้เขายังได้รับเกียรติจากพิพิธภัณฑ์ Madame Tussauds ให้เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งจำลองของบุคคลสำคัญของโลก ณ กรุง London ประเทศอังกฤษ ได้ยกให้เขาเป็นที่ 1 ในฐานะบุคคลสำคัญ ของโลกด้วยเช่นเดียวกัน นอกจากนี้เขายังเป็นบุคคลสำคัญแห่งวงการบันเทิง ระดับโลกใน Hollywood Walk of Fame อีกด้วย

กว่าจะมาเป็นนักมายากลผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง

David Copperfield  เกิด ณ เมือง Metuchen  รัฐ New Jersey  เดิมทีมาจากครอบครัวชาวยิวซึ่งอพยพมาจากประเทศ Ukraine โดยเขาได้เริ่มฝึกซ้อมมายากลเมื่อตอนอายุ 12 ปี และพอเขาอายุได้ 16 ปี เขาก็ได้ไปร่ำเรียนเพิ่มเติมในด้านวิชามายากล ในขณะที่กำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย New york จากฝีมืออันเลื่องลือของเขาจึงได้ถูกรับเชิญให้ไปเล่นในทุกๆ งานของมหาวิทยาลัย จนได้รับฉายาว่า The Magic Man โดยงานโชว์ของเขาในสมัยนั้นก็เป็น การแสดงที่ผสมผสานทั้งการร้อง การเต้นสลับกับมายากลได้อย่างกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ใช่แค่ความประหลาดใจ หากแต่เป็นเรื่องของ Entertain ด้วย และโชว์แรกในชีวิตของเขาซึ่งใช้เป็นเครื่องหมายการค้ามาตลอดชีวิตตั้งแต่เริ่มต้น นั่นคือ David Copperfield  ซึ่งก็คือใช้ชื่อของเขาเองเป็นชื่อโชว์ มีการจัดแสดงขึ้นที่ Chicago แน่นอนว่าเขาได้รับประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เป็นการเปิดการแสดงที่ยาวนานมาก จนถึงขนาดที่ว่าสถานีโทรทัศน์ ABC ได้ยินชื่อเสียงติดต่อให้มาแสดงโชว์มายากลในสถานี เพื่อสร้างเป็น series ถ่ายทอดไปทั่วโลก

ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ชื่อของ David Copperfield   ได้เลือนหายออกไปจากสื่อต่างๆ เนื่องจากวัย หรือคลื่นลูกใหม่ที่ถาโถมเข้ามา แต่ความทรงจำอันเกี่ยวกับความประทับใจของเขายังติดตราตรึงอยู่กับผู้ชมนานแสนนาน

The Prestige สุดยอดศึกมายากลหยุดโลก หนังดีที่หลายคนมองข้าม

ศึกมายากลหยุดโลก หรือ เป็นหนังที่ออกฉายในปี ค.ส. 2006 เป็นภาพยนตร์แนวเขย่าขวัญ ของอเมริกัน-อังกฤษ  บทภาพยนตร์ได้รับการดัดแปลงมาจากผลงานนวนิยายในปี ค.ศ. 1995 ในชื่อ The Prestige  ของChristopher priest โดยเรื่องราวในเรื่องกล่าวถึง Robert angier และ Alfred borden 2คู่หูนักแข่งนักมายากลเวที ณ กรุงลอนดอนช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งเขาทั้ง 2 ต่างถูกครอบครองจิตใจจากความต้องการอันเปี่ยมล้น ในการจะสร้างสรรค์มายากลเวทีดีที่สุด พวกเขาต่างแข่งขันกันโดยสูญสิ้นทั้งมิตรภาพที่เคยมีให้กัน รวมทั้งความเป็นมนุษย์ จนสุดท้ายก็ก่อให้เกิดผลลัพธ์อันน่าเศร้าสลด ในส่วนของผู้กำกับ และผู้อำนวยการสร้าง ก็เป็นคนที่เราต่างรู้จักคุ้นเคยกันดี เขาก็คือ Christopher Nolan ผู้สร้างสรรค์ผลงานระดับชั้นเยี่ยมเอาไว้มากมายอย่าง Memento , Batman begins , Inception เป็นต้น

ภาพยนตร์ชุดนี้นำแสดงโดย Hugh jackman ในบทของ Robert angier  , Christian bale ในบทของ Alfred borden และ David Bowie ในบทของ Nikola Tesla นอกจากนี้ The Prestige ยังมีนักแสดงอย่าง Michael Caine , Scarlett Johansson , Piper Perabo , Rebecca Hall , Andy Serkis มาร่วมแสดงด้วย

จากนวนิยายจดหมายเหตุของ Christopher priest ได้รับการดัดแปลงโลดเล่นเข้าสู่จอภาพยนตร์โดย Christopher Nolan  ผู้กำกับมากฝีมือพร้อมกับ Jonathan ผู้เป็นน้องชาย โดยใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบไม่ให้ผู้ชมสามารถคาดเดาได้แม้แต่นิดเดียว อีกทั้งภาพยนตร์ The Prestige  ก็ยังได้รับการเปิดตัว ในวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 2006 โดยได้รับการตอบรับในด้านดี นอกจากนี้ The Prestige  ยังสามารถทำยอดใน Box office ได้อย่างตูมตาม ตลอดจนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Oscar สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและกำกับศิลป์ยอดเยี่ยมอีกด้วย

จุดเด่นของผลงานชิ้นนี้ก็คือนำ 2 ดาราชายระดับตัวพ่อ มาประชันบทบาทกันจนแสบไปถึงคอหอย ระหว่าง Hugh jackman และ Christian bale ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่มีใครยอมใคร แข่งกันสุดฤทธิ์ ทั้งต่อหน้าและลับหลังผสมผสานกับการแคสตัวละครเข้ามาตามบทได้อย่างเหมาะสม

The Prestige เป็นหนังอีกหนึ่งเรื่องซึ่งเอาเรื่องราวอันน่าพิศวงของโลกของมายากลมาเล่าได้อย่างมีระดับ สร้างความสนุกสนาน น่าติดตาม ลุ้นสิ่งที่จะเกิดต่อไป ตลอดทั้งเรื่อง ชายชื่อ Christopher Nolan ได้ทำให้เรื่องราวอันซับซ้อนตามแบบฉบับหนังสือสามารถสื่อสารออกมาได้อย่างชัดเจน โดยไม่ขาดเสน่ห์แบบเดิมไป

สรุปแล้ว The Prestige เป็นหนังที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกสนุก ตื่นเต้นไปกับปมปัญหาต่าง ๆ ที่ตัวหนังซ่อนเอาไว้หลาย ด้วยเนื้อหาอันเข้มข้น จนกระทั่งนำไปสู่บทสรุปของเรื่องได้ตามที่ตั้งโจทย์เอาไว้อย่างชวนตกเก้าอี้เลยทีเดียว

สุดยอด 3 อันดับภาพยนตร์แนวมายากลที่สามารถสร้างรายได้มากที่สุด

มายากล คือ การล่อลวงความจริงด้วยภาพลวงตา มีภาพยนตร์ดีๆหลายเรื่อง บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับศาสตร์ในการลวงตาอันน่าทึ่งนี้  วันนี้เราจะมาดูกันว่า 3 อันดับรายได้ของภาพยนตร์มายากล ว่าจะมีเรื่องอะไรบ้าง

อันดับ 3.The Prestige (2006) รายได้ทั้งหมด 53,082,743 ดอลล่าร์สหรัฐ

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งหนังในตำนานหักมุมชวนอึ้ง แต่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมทุกคน เรื่องราวเกี่ยวกับ ชาย 2 คน ที่เคยเป็นเพื่อนรักกันมาก่อน แรกเริ่มทั้ง 2 อาศัยอยู่ในคณะมายากลเดียวกัน ทั้งคู่ต่างกระหายในการจะเป็นสุดยอดฝีมือและมีชื่อเสียงในวงการมายากล รวมทั้งการได้รับรายได้อันมหาศาล แต่ต่อมาเมื่อทั้งสอง เริ่มผิดใจไม่ลงรอยกัน จึงต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแยกตัวออกมา หลังจากวันนั้นทั้งสอง ก็กลายเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกัน จากมิตรภาพกลายเป็นความแค้น ไม่อาจเห็นอีกฝ่ายเก่งกว่า หรือ ร่ำรวยกว่าได้ วิธีการสกปรก จึงทวีคูณความรุนแรงมากขึ้น The Prestige ใช้ทุนสร้างโดยประมาณ 40,000,000 ดอลล่าร์สหรัฐ  ในท้ายที่สุดสามารถกวาดรายได้ไปทั้งหมด 53,082,743 ดอลล่าร์สหรัฐ

อันดับ 2. Now You See Me 2 (2016) รายได้ทั้งหมด 65,030,563 ดอลล่าร์สหรัฐ

ภาพยนตร์ภาคต่อของ Now You See Me (2013) โดยทิ้งระยะห่างเป็นเวลา 3 ปี ภาค 2 จึงกลับมาผงาดสู่จอภาพยนตร์อีกครั้ง โดยเรื่องราวของภาคนี้ จะต่อกับภาค 1  พวกกลุ่มของพระเอกจะโดนตัวร้ายกลับมาแก้แค้น และ แก้ปมปริศนาในเรื่องราวส่วนตัวของพระเอก โดย Now You See Me 2 นี้มีลูกเล่นกลเม็ดแพรวพราวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลที่สร้างเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างมาก นั่นคือ กลหยุดฝน นั่นเอง Now You See Me 2 ใช้งบประมาณในการสร้างไปประมาณ 90,000,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ส่วนรายได้ทั้งหมดอยู่ที่ 65,030,563 ดอลล่าร์สหรัฐ

อันดับ 1.  Now You See Me (2013) รายได้ทั้งหมด  117,698,894 ดอลล่าร์สหรัฐ

มาถึงหนังมายากลทำเงินได้มากที่สุดกันแล้วนะคะ กับเรื่อง Now You See Me (2013)  หนังอาชญากล บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ นักมายากลกลุ่มหนึ่งที่มีเอกลักษณ์ และ ลูกไม้แพรวพราว เฉพาะตัว ซึ่งต้องการเข้าไปร่วมกลุ่ม ไตรภาคี จตุรอาชา เพื่อเป็นที่ยอมรับว่าตัวเองคือ สุดยอดนักมายากล ที่ได้รับการยอมรับ แต่ก่อนจะเข้าร่วมกลุ่มได้นั้น เหล่านักมายากลกลุ่มนี้ต้องผ่านบททดสอบ และ ไขปริศนาอันน่าฉงนให้ได้เสียก่อน  ในการโจรกรรมเงินจำนวนมหาศาล โดยใช้เทคนิคของการเล่นมายากลเข้าช่วย Now You See Me (2013) ใช้ทุนสร้างโดยประมาณ  75,000,000 ดอลล่าร์สหรัฐ และ รายได้ทั้งหมดอยู่ที่ 117,698,894 ดอลล่าร์สหรัฐ

เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับอันดับของหนังมายากลทำเงินที่นำมาให้ดูวันนี้  ดูครบกันทุกเรื่องรึยังเอ่ย ขอบอกว่าทั้ง 3 เรื่องนี้คุณภาพคับแก้ว สนุกสุดๆ ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยค่ะ

26. หนังแนวมายากลที่ไม่ควรพลาด

มายากลคือศิลปะการแสดงชนิดหนึ่ง ที่ผู้แสดงได้ใช้ทักษะลวงตาทำให้ผู้ชมได้เห็นในสิ่งที่นักแสดงต้องการให้เห็น ได้ทำในสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้หรือเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ ด้วยความคล่องแคล่วรวดเร็วหรือ มีอุปกรณ์ช่วยเพื่อลวงตาผู้ชม  จึงทำให้การแสดงของนักแสดง ได้รับความสนใจและท่าตกตะลึง ที่การแสดงนั้นดูแยบยลราวกับมีเวทมนตร์  ซึ่งโดยทั่วๆ ไป  การแสดงมายากลนี้มักแสดงกันบนเวที  หรือตามข้างทาง และ ในปัจจุบันได้บทบาทนักมายากลได้ถูกนำมาสร้างเป็นตัวละครเอกในหนัง จนกระทั่งเป็นหนังที่ดูอลังการ เว่อร์ ปัง สำหรับหนังในปัจจุบันมาก

 

โดยส่วนใหญ่แล้วการแสดงหลักๆ ที่นักมายากลมักจะนำมาสร้างนั้น ประกอบไปด้วยโครงสร้างสามส่วนคือ 1) The Pledge ซึ่งนักมายากลจะเริ่มต้นโชว์สิ่งของธรรมดาทั่วไป เพื่อให้คนดูไม่ตกใจมาก และเรียกน้ำย่อย เพื่อรอชมการแสดงที่น่าตื่นเต้นเร้าใจ  อันถัดไก 2) The Turn คือนักมายากลจะนำสิ่งของธรรมดาชิ้นนั้น ที่ได้แสดงอันแรก นำมาทำให้น่าสนใจกว่าเดิม ซึ่งขั้นตอนนี้จะทำให้ผู้ชมทึ่งเป็นอย่างยิ่ง เช่นทำให้มันหายไป และ 3) The Prestige คือเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด  นั่นคือการนำของที่หายไปให้กลับคืนมา  เรามาดูกันดีกว่าว่ามีเรื่องไหนที่น่าสนใจกันบ้าง

 

THE MAGICIAN (2015) นักมายากลแห่งโชซอล

เรื่องนี้ออกแนวโรแมนติก ดราม่า ปนคอมเมดีเล็กๆ ซึ่ง เรื่องราวบอกเล่าเกี่ยวกับ The Magician องค์หญิงแห่งราชวงค์โชซอนจะแต่งงานไปอยู่ยังประเทศจีนในช่วงราชวงค์ชิง และในระหว่างการเดินทาง เจ้าหญิงองค์นี้ก็ดันได้พบกับนักมายากลหนุ่มในคณะละครสัตว์และที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นก็คือเธอดันไปตกหลุมรักเขาอย่างจัง  เรื่องราววุ่นๆ จึงเกิดขึ้นตามสไตล์หนังเกาหลีเลย

 

The Prestige (2006)

เรื่องนี้บอกได้เลยว่าให้คะแนน  10/10  ไปเลย หากใครมีโอกาสได้ดูซ้ำไปซ้ำมา จะถึงบางอ้อว่าหนัง ได้เฉลยให้คุณกลายๆ เป็นระยะๆ ซึ่งตัวละครมักจะพูดย้ำอยู่เสมอๆ  “คุณมองหาความลับอย่างหนึ่ง แต่คุณไม่ได้ตั้งใจหามัน เพราะคุณยินดีที่จะถูกหลอก”  ถือได้ว่าเป็นหนังแนวมายากลในดวงใจที่ได้ผสมแนววิทยาศาสตร์ เข้าไปด้วย  โดยบทบาทของนักแสดงต่างเชือดเฉือนประชันกันระหว่างสองนักมายากล ที่ชิงไหวชิงพริบได้อย่างถึงพริกถึงขิง ชนิดไม่มีใครยอมใครอย่างแท้จริง

Now You See Me (2013)

 

“สิ่งที่ตาคุณเห็น อาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณคิด”
คำพูดหรือคำเปรยของหนัง ที่บอกเล่าเรื่องราวของนักมายากล 4 คน ได้แก่ ‘แดเนียล’ (Jesse Eisenberg), ‘ไวล์เดอร์’ (Dave Franco), ‘เมอร์ริต’ (Woody Harrelson) และ ‘เฮนลี่ย์’ (Isla Fisher)  ด้วยความสามารถทางมายากลที่แตกต่างกัน  ซึ่งมีทั้ง ผู้ชำนาญด้านไพ่, ผู้เชี่ยวชาญด้านการสะกดจิต ผู้ชำนาญกลที่อาศัยภาพลวงตาและทริคทางวิทยาศาสตร์เล็ก ๆ น้อย ๆ  โดยหนังเรื่องนี้ได้มีชายนิรนามที่เรียกว่า  มาจาก ‘เนตรภาคี’ ซึ่งเป็นสมาคมเก่าแก่ของนักมายากล   ทำให้พวกเขามารวมตัวกัน และได้จัดแสดงมายากลที่กรุงลาสเวกัสโดยใช้ชื่อว่า ‘จตุรอาชา’  พร้อมกับโชว์มายากลการจารกรรมเงินจากธนาคารในกรุงปารีสสู่ใจกลางลาสเวกัส  ด้วยเหตุการณืนี้จึงเกิดการตามล่าตัว 4 จตุรอาชา ซึ่งในหนังจะมีรูปแบบการหนีแบบต่างๆ ด้วยการใช้มายากลที่น่าตื่นตาตื่นใจทั้งเรื่องเลยทีเดียว  ซึ่งเรื่องนี้ก็มีภาคต่อในปี 2016 อีกด้วย

เทคนิคในการเล่นมายากลอย่างง่าย

การเล่นมายากลนั้นถือเป็นความใฝ่ฝันของใครหลายที่อยากจะทำให้รู้สึกว่าตัวเองนั้นดูโดดเด่นมากกว่าคนอื่น อีกทั้งหากว่าใครที่สามารถเล่นมายากลแล้วไม่สามารถโดนจับได้ยิ่งทำให้ดูเก่งมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว หลายๆ คนพยายามที่จะเลือกหาวิธีการเล่นมายากลแบบง่ายๆ เพื่อเอาไว้เล่นกับเพื่อน กับครอบครัว ทำให้เกิดความสนุกสนานขึ้นได้แบบง่ายๆ ลองมาดูกันว่าเทคนิคการเล่นมายากลแบบง่ายๆ มีวิธีในการเล่นอย่างไร เผื่อว่าจะเอาไว้ใช้สร้างสีสันกันเอง

  1. มายากลการสลับไพ่ – เป็นมายากลที่จะแสดงให้เห็นว่าการสลับไพ่นั้นสามารถแกล้งให้คนอื่นเชื่อได้ว่าเราสามารถที่จะทำให้ไพ่ของคนที่ทายนั้นกลับมาอยู่ที่เดิมได้จริง วิธีการก็แสนง่ายเพียงแค่นำไพ่มาสำรับหนึ่งแล้วให้คนอื่นสลับไพ่ตามแต่ความต้องการของเขา จากนั้นก็ทำการหยิบไพ่ 2 ใบบนขึ้นมาแต่ให้ทำเหมือนกับว่าหยิบมาแค่ใบเดียวเท่านั้น จากนั้นก็ให้คนนั้นดูไพ่ใบที่ 2 เสร็จแล้วนำไพ่กลับมาไว้ที่เดิม ต่อด้วยการนำไพ่ใบบนที่สุดมาไว้ใต้สำรับไพ่ อาจจะทำท่าดีดไพ่หรือไม่ก็ทำท่านแบบเสกมนต์เล่นๆ จากนั้นเมื่อเปิดไพ่ใบบนสุดออกมาคนดูก็ยังจะเข้าใจว่ามันคือไพ่ใบเดิม เท่านี้ก็ได้กลง่ายๆ มาหนึ่งชนิดแล้ว
  2. การเล่นมายากลให้เหล็กงอ – หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมกลง่ายๆ แบบการทำให้เหล็กในมือมันสามารถงอได้ เหตุเพราะในมือทั้ง 2 ข้างก็ไม่ได้มีแม่เหล็กอะไรดูด วิธีการง่ายๆ ก็คือ เหล็กที่อยู่ในมือเราใช้คลิปหนีบกระดาษที่ถูกคลี่ออกมาเป็นเส้นตรง เมื่อคลี่ออกมาแล้วคลิปหนีบกระดาษจะไม่ยืดแบบตรงๆ เมื่อเป็นเช่นนั้นเราก็เอามืออีกข้างจับไว้ ส่วนอีกมือหนึ่งก็ก็ทำเลื่อนขึ้นเลื่อนลง โดยระหว่างที่เลื่อนก็ให้เหมือนคลิปที่งอไปทางด้านเดียวกันก็จะเหมือนว่างอเหล็กได้แล้ว
  3. แหวนเปลี่ยนนิ้ว – หลายๆ คนอาจจะมองว่ากลนี้เป็นกลง่ายๆ แต่มันก็สามารถเอาไปเป็นทริคเล่นสนุกๆ ได้ วิธีการคือให้เอาแหวนสวมไว้ที่นิ้วกลาง จากนั้นเอามือปิดไว้และสลับระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วนาง มันก็จะเหมือนว่าแหวนได้ถูกเปลี่ยนมือเหมือนไปอยู่ในนิ้วชี้หรือนิ้วนาง ง่ายมากๆ แต่เอาไปใช้เล่นได้จริงๆ

เทคนิคการเล่นมายากลเหล่านี้ถือว่าเป็นเทคนิคง่ายๆ ที่สามารถเอาไปเล่นกันในกลุ่มเพื่อนฝูง ครอบครัว หรือใครก็ตามที่ต้องการจะเล่น เน้นเรื่องของความสนุกสนานแต่มันเป็นสิ่งที่สร้างความโดดเด่นให้กับคนเล่นได้เป็นอย่างดีถ้าหากว่าเล่นแล้วไม่สามารถโดนจับได้เสียก่อน

ทำความรู้จักนักมายากลชื่อก้องโลกที่มีชื่อเสียง

นักมายากลถือว่าเป็นบุคคลที่ค่อนข้างน่าสนใจเป็นอย่างมาก เหตุเพราะการที่ใครสักคนหนึ่งจะเล่นมายากลได้นั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ มายากลคือความจริงที่คนเล่นนั้นนำมาอำพรางเพื่อลวงตาและให้เกิดเป็นความบันเทิงขึ้นมา นั่นหมายความว่าคนที่เป็นนักมายากลเก่งๆ จะต้องอำพรางให้คนเชื่อให้ได้ว่าสิ่งเหล่านี้ที่พวกเขาทำอยู่มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ และความบันเทิงที่สุดของการได้เห็นนักมายากลทำก็คือ ทำแบบนี้ได้อย่างไร และบุคคลเหล่านี้คือนักมายากลชื่อก้องโลกที่คิดว่าทุกคนต้องรู้จัก

  1. David Copperfield – ถือว่าเป็นนักมายากลชาวอเมริกันที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมาก ความโดดเด่นในการแสดงโชว์ของเขาก็คือจะเป็นในลักษณะของกลเล่าเรื่อง ทำให้คนที่ดูรู้สึกคล้อยตามและสนุกสนานไปกับการแสดงกลผสมการเล่าเรื่องที่สนุกสนานของเขาเอง โดยกลที่ทำให้เขามีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก อาทิ การที่เขาเสกให้เทพีเสรีภาพที่นิวยอร์กหายไปได้ การที่เขาสามารถสร้างกลด้วยการลอยตัวข้ามแกรนด์แคนยอน รวมไปถึงการเดินทะลุผ่านกำแพงเมืองจีน สิ่งเหล่านี้ทำให้ชื่อของเขากลายเป็นชื่อนักมายากลก้องโลกได้ในทันที
  2. David Blaine White – เป็นนักมายากลชาวอเมริกันที่พ่อเขามีเชื่อสายเปอโตริโกอยู่ ส่วนแม่ของเขานั้นเป็นรัสเซียเชื้อสายยิว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้หน้าตาของเขาไม่แน่ใจว่าควรจะเหมือนใครดี จุดเริ่มต้นการเป็นนักมายากลของเขามาจากากรแสดงริมถนน จนวันหนึ่งมีโอกาสได้ออกรายการโทรทัศน์ของ Conan O’Brien และเขาก็เริ่มที่จะค้นพบการแสดงของตัวเอง ด้วยการแสดงกลที่ค่อนข้างโลดโผน ยอมลงทุนเสี่ยงตาย เรียกว่ายอมแลกชีวิตของเขาซึ่งนั่นทำให้เขากลายเป็นนักมายากลที่มีชื่อเสียงทันที
  3. Franz Harary – นี่คือสุดยอดนักมายากลชื่อก้องโลกที่ถนัดในเรื่องของการย้ายคนจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง เล่นเอาว่าคนที่เห็นการแสดงของเขาจะต้องตกตะลึงไปพร้อมๆ กัน สิ่งที่ทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักมาจากการที่เขาได้มีโอกาสคิดโชว์ให้กับ ไมเคิล แจ็คสัน และเขาก็ทำให้ไมเคิล ย้ายจากที่หนึ่งไปอยู่อีกที่หนึ่ง จนได้ออกรายการทีวีและกลายเป็นคนมีชื่อเสียงทันที
  4. Criss Angel – จัดว่าเป็นนักมายากลรูปหล่อคนหนึ่งก็ว่าได้ เขาเล่นมายากลและได้รับรางวัลมาตั้งแต่เด็ก โดยเขาได้ออกรายการทีวีชื่อ Talents และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนรู้จักเขาในฐานะของนักมายากล และการแสดงกลที่มีความน่าตื่นเต้น

เตรียมตัวให้พร้อมถ้าอยากเป็นนักมายากล

หลายๆ คนมีความใฝ่ฝันว่าตัวเองอยากจะได้มีโอกาสกลายเป็นนักมายากลสักครั้งในชีวิต มันเหมือนกับเป็นความรู้สึกที่ว่าหากเราสามารถแสดงมายากลได้โดยที่คนอื่นไม่รู้ว่ามันคืออะไร มันก็จะทำให้เรานั้นดูโดดเด่น เป็นที่จดจำ และกลายเป็นคนที่หลายคนให้การยกย่องอย่างมากเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามการจะเป็นนักมายากลนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะมันต้องมีการเตรียมความพร้อมในหลายๆ ด้านด้วยกัน หากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังอยากเป็นนักมายากล ลองมาดูว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

  1. เรียนรู้เทคนิคการเล่นมายากล – คำว่ามายากลนั้นจริงๆ แล้วมันไม่ได้มีรูปแบบที่ตายตัวการเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่หากคุณต้องการเป็นนักมายากล คุณจะต้องเรียนรู้เทคนิคการเล่นมายากลให้ได้มากที่สุด การพยายามเสาะหาเทคนิคการเล่นมายากลที่ดีจะยิ่งทำให้โอกาสในการแสดงมายากลของคุณกลายเป็นเรื่องที่สุดยอดเลยก็เป็นได้ยิ่งถ้าหากว่าคุณสามารถได้เทคนิคมายากลใหม่ๆ ได้
  2. พยายามฝึกฝนให้บ่อยที่สุด – สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้คุณกลายเป็นนักมายากลที่เก่งได้ จำเป็นจะต้องมีการฝึกฝนให้บ่อยที่สุด เพราะต่อให้คุณมีเทคนิคในการเล่นมายากลที่เก่งกาจแค่ไหน แต่ถ้าหากขาดการฝึกฝน การเล่นมายากลของคุณก็จะไม่มีใครให้ความสนใจเลย และที่สำคัญความพลิ้วไหวในการเล่นมายากลก็จะไม่เกิดขึ้นด้วยหากว่าขาดซึ่งการฝึกฝน
  3. กล้าที่จะแสดงให้คนอื่นดู – นักมายากลที่ดีถ้าหากว่าคุณไม่เคยแสดงให้ใครเห็นเลยก็จะเรียกว่าเป็นนักมายากลมันคงไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อมีการฝึกฝนบ่อยๆ แล้วต้องรู้จักที่จะกล้าแสดงให้คนอื่นได้เห็นเพื่อเป็นการรอดูผลตอบรับว่าเป็นอย่างไร หากมีจุดไหนที่ต้องแก้ไขก็ให้รีบกลับมาแก้ไขและฝึกฝนใหม่เพื่อให้ตัวเองเก่งขึ้นกว่าเดิมให้ได้
  4. รู้จักการสร้างกลใหม่ๆ เสมอ – การเป็นนักมายากลที่ดีนอกจากจะเล่นมายากลเก่งแล้วต้องรู้จักสร้างภาพของตัวเองให้เป็นที่รู้จักด้วยการเล่นมายากลในแบบฉบับที่เป็นของตัวเอง เพื่อให้คนอื่นจำภาพเราได้ว่าเมื่อนึกถึงมายากลนี้จะต้องนึกถึงคนๆ นี้

การเตรียมตัวเองให้พร้อมในการเป็นนักมายากลนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก เพราะว่าการเล่นมายากลเป็นสิ่งที่คนอื่นคอยจ้องที่จะจับผิดตลอดเวลา การทำให้ดูเนียนตาและเหมือนจริงมากที่สุดมันต้องเกิดจากการเตรียมตัวที่ดีด้วยนั่นเอง การเตรียมตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ต้นกำเนิดของมายากล กับเวทย์มนต์อันน่าทึ่ง

แม้ว่าเราจะได้ยินคำว่า “มายากล” มาค่อนข้างบ่อย แต่เราเองก็คงมีข้อสงสัยว่าจริงๆ แล้วคำว่า มายากล มันมีต้นกำเนิดมาจากอะไรกันแน่ ทำไมมันถึงดูเหมือนการถูกร่ายเวทย์มนต์และมันทำให้ดูน่าทึ่งจนกลายเป็นความรู้สึกว่าทำไปได้อย่างไร มันเป็นความจริงหรือไม่ มาค่อยๆ ทำความรู้จักกับแหล่งที่มาหรือต้นกำเนิดของมายากลว่าจริงๆ แล้วมันมีที่มาอย่างไรบ้าง ที่ทำให้เรารู้สึกสนุกกับมันได้อย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้

จากประวัติที่ถูกระบุขึ้นมานั้นทางประวัติศาสตร์นั้นได้มีการระบุถึงมายากลเอาไว้ว่า การแสดงมายากลอย่างที่เราเรียกกันนั้นมีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ในยุคของอียิปต์โบราณแล้ว ทว่าในช่วงยุคสมัยนั้นการเล่นมายากลในลักษณะนี้ยังไม่ได้รับการยอมรับหรือทำให้เป็นความรู้ที่เป็นวิชาชีพเหมือนอย่างทุกวันนี้ ในยุคนั้นมายากลเลยยังเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจมากเท่าไหร่นัก อันที่จริงมายากลในยุคก่อนๆ ถูกนำมาใช้เพื่อความสนุกสนาน เป็นการแสดงละครหรือใช้ในความบันเทิงเป็นหลัก บางครั้งก็จะเป็นการแสดงให้คนหมู่มากได้เห็นถึงความน่าทึ่งที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามในยุคนั้นก็ยังมีคนที่เอาวิธีการเหล่านี้ไปใช้ในการหลอกเงินจากชาวบ้าน ซึ่งอันที่จริงลักษณะแบบนี้ในปัจจุบันเองก็ยังคงมีให้เห็นอยู่

อย่างไรก็ตามมายากลเริ่มได้รับความนิยมและค่อนข้างเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้นจนถึงขั้นมีการยอมรับให้กลายเป็นวิชาชีพประเภทหนึ่งในช่วงยุคศตวรรษที่ 18 เรื่อยๆ มา ในยุคสมัยนั้นคนที่เล่นมายากลจนมีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจะค่อนข้างโด่งดังคล้ายๆ กับนักแสดงเลยทีเดียว เพราะถือว่ามันเป็นการแสดงที่คนอื่นไม่สามารถจับต้องได้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ส่วนหลักฐานที่ระบุว่าจริงๆ แล้วใครคือคนที่เป็นนักมายากลคนแรกของโลกตรงจุดนี้ไม่สามารถที่จะหาหลักฐานมายืนยันได้ แต่จากสิ่งที่ได้ระบุออกมานั้นนักมายากลคนแรกๆ ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงก็คือ จาคอบ ฟิลาเดลเฟีย โดยเขาได้เริ่มออกแสดงมายากลทั่วทั้งยุโรปและรัสเซียตั้งแต่ ค.ศ. 1756-1781 ซึ่งการแสดงของเขาก็ออกแนววิทยาศาสตร์หน่อยๆ ด้วย

ส่วนคนที่ได้รับการยกย่องอย่างแท้จริงว่านี่คือคนที่ถูกเรียกว่า นักมายากล คนแรกของโลกมีนามว่า ฌอน อูแซน โรแบร์ โอแตง ซึ่งเป็นนักมายากลชาวฝรั่งเศส ส่วนในอดีตเขาเคยเป็นนักประดิษฐ์นาฬิกามาก่อน เป็นคนเริ่มใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในการแสดงมายากล นับว่าเป็นคนต้นแบบของนักมายากลในปัจจุบันหลายๆ คนเลยทีเดียว

สุดยอดการแสดงมายากลที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์

การแสดงมายากลถือเป็นการแสดงที่มีความน่าตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ เพราะมันเปรียบเสมือนกับการแสดงที่จะคอยหลอกตาผู้ชมและหลอกความเชื่อของคนอยู่เสมอว่าสิ่งที่เขากำลังแสดงอยู่นั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด แต่พอเกิดการเฉลยขึ้นทุกคนจะต้องจกใจกับสิ่งที่พบเห็นอยู่ตรงหน้า ซึ่งความสนุกของการเล่นมายากลนั้นมันอยู่ที่จะทำอย่างไรให้คนเชื่อว่ามันคือเรื่องสมมุติ ส่วนความสนุกของการดูมายากลก็คือจะต้องทำอย่างไรเพื่อจับกลให้ได้ ว่าแล้วก็มาทำความรู้จักกับสุดยอดการแสดงมายากลที่ถูกบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ว่ามีกลอะไรกันบ้าง

  1. กลตัดสาวเป็นสองท่อน – เป็นหนึ่งในมายากลที่ได้รับความนิยมอย่างมากในทั่วโลก ซึ่งนับว่าเป็นมายากลระดับคลาสสิคที่หลายๆ คนต่างก็ชื่นชอบเป็นอย่างมาก วิธีเล่นก็แสนง่ายโดยเริ่มจากให้ผู้ช่วยสาวสวยของนักมายากลเข้าไปอยู่ในกล่องที่จัดเตรียมเอาไว้ ก่อนที่จะเลื่อยแบ่งครึ่งกล่องนั้นออกพร้อมกับแยกทั้ง 2 กล่องให้ออกจากกันอย่างสิ้นเชิงแต่คนในกล่องกลับไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย เมื่อเสร็จแล้วนักมายากลก็จะประกบกล่องเข้าด้วยกันและกลับมาให้เป็นสภาพปกติดังเดิม
  2. กลตู้มีดดาบ – ถือว่าเป็นมายากลที่ค่อนข้างหวาดเสียวและน่ากลัวสักเล็กน้อย เริ่มต้นด้วยการให้ใครคนใดคนหนึ่งเข้าไปอยู่ในกล่องที่มีรู ก่อนที่คนที่อยู่ด้านนอกจะใช้ดาบที่มีอยู่เสียบเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง แต่น่าแปลกที่คนในกล่องกลับไม่มีอาการใดๆ ทั้งสิ้น แถมเมื่อชักดาบออกมาเสร็จคนที่อยู่ด้านในกลับเดินได้อย่างสบายๆ ไม่มีอาการใดๆ ทั้งสิ้น
  3. กลทอร์นาโดไฟ – ต้องบอกก่อนว่ากลนี้ในปัจจุบันไม่มีใครที่นำมาใช้เล่นกันสักเท่าไหร่แล้วเนื่องจากว่าค่อนข้างมีความเสี่ยงสูง ทว่ากลนี้คือกลที่สร้างชื่อให้กับนักมายากลระดับโลกอย่าง เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ อย่างแท้จริง โดยเขาได้ทำการยืนอยู่บนพายุไฟที่มีความร้อนสูงถึง 200 องศา ที่สำคัญทั้งมือและเท้าของเขาถูกมัดเอาไว้โดยเจ้าหน้าที่เพื่อให้เห็นอย่างัดเจนว่าเขานั้นไม่ได้หนีออกไปไหน ซึ่งแน่นอนว่าระดับความเสี่ยงของกลนี้หากพลาดแค่วินาทีเดียวนั่นหมายถึงชีวิตเลย แต่เขาก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังด้วยการยืนอยู่ท่ามกลางพายุไฟนี้ได้สำเร็จ เป็นกลที่แฟนๆ ต่างให้การยอมรับชื่อของเขาและกลายเป็นที่มาของสุดยอดตำนานนักมายากลระดับโลกคนนี้นี่เอง ต้องบอกเลยว่าหากไม่เสี่ยงจริงคงไม่มีชื่ออย่างนี้แน่นอน